Macsrus

นกยูงไทย (Green Peafowl) ประวัติ ข้อมูล

60817-154945

ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Pavo muticus
วงศ์ : Phasianidae
อันดับ : Galliforme
นกยูงไทย เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองชนิดหนึ่งของประเทศไทยและเป็นนกที่มีความสวยงามชนิดหนึ่งของโลก เป็นนกที่มีคุณค่าและหายาก ซึ่งทั่วโลกมีจานวนนกยูง ( Pavo spp.) ถึง ๓๙ ชนิดสาหรับในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้นกยูงถูกแบ่งออกย่อยตามลักษณะสีขนและถิ่นการกระจายได้ ๓ subspecies คือ นกยูงชวา (Javanese green peafowl , P. muticus muticus) นกยูงอินโดจีน (Indo-Chinese green peafowl, P. muticus imperator) และนกยูงพม่า (Burmese green peafowl, P. muticus specifer )
ในประเทศไทยพบ ๒ ชนิดย่อยคือ นกยูงชวา หรือ นกยูงใต้ หรือ Pavo muticus muticus Linnaeus และนกยูงอินโดจีน หรือ นกยูงเหนือ หรือ Pavo muticus imperator Delacour
ลักษณะทั่วไป
นกยูงไทยจัดเป็นนกขนาดใหญ่ ตัวผู้มีสีเขียวสด บริเวณปีกสีน้าเงิน ปลายปีกสีน้าตาลเข้ม หัวมีหงอนขนงอกชี้ขึ้นเป็นกระจุกสีเขียวมันวาว ด้านบนศีรษะตั้งแต่ด้านหลังจนถึงหน้าผากจรดโคนจงอยปากมีขนละเอียดขดเป็นปุ่มเล็กๆอัดกันแน่นสีน้าเงินเข้มเป็นมัน ใบหน้าทั้งสองข้างเป็นแผ่นหนังมีสีฟ้าและสีเหลืองล้อมลูกตาและหูตามลาดับ ขนคลุมหางด้านบนยาวมากที่ปลายมีแผ่นขนแบนๆเป็นวงกลมหรือที่เรียกว่าแววมยุราซึ่งจะใช้สาหรับราแพนเกี้ยวตัวเมียและจะหลุดร่วงหลังฤดูผสมพันธุ์แล้วงอกขึ้นมาใหม่ ส่วนตัวเมียเต็มวัยมีลักษณะคล้ายตัวผู้แต่สีเป็นมันวาวน้อยกว่า แผ่นขนคล้ายเกล็ดที่ปกคลุมบริเวณคอ อกและหลังมีขนาดเล็กกว่า ขาสั้นกว่า ขนคลุมหางสั้นกว่ามากยาวไม่เกินขนหางและไม่มีแววมยุรา นกยูงใต้มีขนาดเล็กกว่า
2
นกยูงเหนือ หนังบริเวณหูและแก้มมีสีเหลืองสดกว่า ลูกนกยูงมีขนบริเวณคอละเอียดและอ่อนนุ่มสีเหลืองครีม ส่วนปีกมีขน primary สีน้าตาลอ่อน จงอยปากและแข้งมีสีเนื้อ
ถิ่นอาศัยและอาหาร
พบตั้งแต่รัฐอัสสัมในประเทศอินเดีย ตะวันตกเฉียงใต้ของจีน เอเซียตะวันออกเฉียงใต้และเกาะชวาในประเทศอินโดนีเซีย
นกยูงไทยเป็นนกที่กินได้ทั้งพืชและสัตว์ ได้แก่ พวกเมล็ดหญ้า เมล็ดของไม้ยืนต้น ธัญพืช ผลไม้สุกที่หล่นจากต้น ยอดอ่อนของหญ้า แมลง ตัวหนอน ไส้เดือน งู และสัตว์ขนาดเล็ก หากินตามพื้นดินเช่นเดียวกันกับไก่ฟ้าและไก่ป่า
พฤติกรรม , การสืบพันธุ์
นกยูงผสมพันธุ์ในช่วงฤดูร้อนระหว่างเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม ตัวผู้ผสมตัวเมียได้หลายตัว ในธรรมชาติตัวเมียทารังตามพื้นดินมีหญ้าหรือใบไม้รอง แต่ในกรงเลี้ยงควรทาที่วางไข่ไว้มุมด้านหลังกรง อาจเป็นลังสี่เหลี่ยมหรือกรอบไม้โดยวางกับพื้น มีหญ้ารอง ที่สาคัญควรมีที่บังไพรให้ เพื่อนกยูงไทยจะได้มีความรู้สึกว่าปลอดภัยและพอใจที่จะเข้าไปวางไข่ วางไข่ครั้งละ ๓ – ๖ ฟอง ตัวเมียฟักไข่ผู้เดียว ใช้เวลาฟัก ๒๗ – ๒๘ วัน ลูกนกยูงจะตามแม่หากินไม่น้อยกว่า ๖ เดือนจึงจะแยกออกไปหากินตามลาพัง การผสมพันธุ์ หลังจากตัวผู้เกี้ยวพาราสีโดยการราแพนแล้วตัวเมียที่พึงพอใจจะเข้ามาใกล้และยอมให้ผสมพันธุ์โดยตัวเมียจะลดตัวให้ต่าลงให้ตัวผู้ขึ้นขี่หลัง ตัวผู้จะใช้จงอยปากจิกที่หัวตัวเมียเพื่อไม่ให้ตกลงมาและขณะขึ้นผสมพันธุ์แพนหางจะถูกพับเก็บและโค้งพับมาข้างหน้าของตัวเมีย ใช้เวลาประมาณ ๑ นาทีซึ่งจะได้ยินเสียงหวีดร้องหนึ่งครั้งคาดว่าเป็นตัวเมีย หลังจากเสร็จแล้วตัวผู้จะลงจากหลังแล้วลดแพนหางลงส่วนตัวเมียจะคลี่ปีกและหางออกสะบัดและเก็บไว้ที่เดิม ซึ่งตัวผู้สามารถผสมกับตัวเมียได้ถึง ๒ ตัวในเวลาติดต่อกัน ไข่นกยูงไทยมีลักษณะกลมเรียวมน สีขาวเนื้อ บางฟองมีลายแต้มสีน้าตาล ขนาด ๕๓.๗๕ x ๗๔.๔๕ มิลลิเมตรและมีน้าหนัก ๑๑๙.๗๖ กรัม ลูกนกยูงไทยแรกเกิดมีน้าหนักเฉลี่ย ๗๕.๓๓ กรัม