Macsrus

Porsche 911 GT3 ปอร์เช่ จีที3 รายละเอียด

Porsche 911 GT3 สปอร์ตคาร์สายพันธุ์แรง รถรุ่นนี้มีความสมดุลเป็นเลิศ ให้การควบคุมที่ง่าย และยังรักษาเสถียรภาพของรถได้ดี รถเกาะถนน ซึ่งรับรองว่าผู้ขับขี่จะได้รับความเพลิดเพลินและความสนุกสนานในการขับขี่อย่างแน่นอน มีการออกแบบโครงสร้างที่ได้มาตรฐาน เพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่โดยเฉพาะ ทุกส่วนของรถปรับเข้ากับสรีระของผู้ใช้งานได้อย่างลงตัวและยังเพิ่มศักยภาพและคุณภาพในความคงทนมากยิ่งขึ้น ให้ความสำคัญอย่างยิ่งในเรื่องของความปลอดภัยผู้ขับขี่ และง่ายต่อการควบคุมอีกด้วยค่ะ

Porsche 911 GT3 มาในราคา 18,630,000 บาท

สมรรถนะซูเปอร์คาร์ตัวแรงนี้ มาพร้อมด้านระบบความปลอดภัยที่อัดแน่นครบครัน เพื่อเพิ่มความมั่นใจ และความผ่อนคลายในการพักผ่อนให้กับผู้ขับขี่

porsche-911-gt3-5-vert

รถยนต์ Porsche 911 GT3 ตัวนี้ยังเพิ่มความสวย หรูหรา สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ด้วยการเชื่อมต่ออัจฉริยะให้ทุกการเดินทางของคุณมีความสนุก มีความปลอดภัยไร้ขีดจำกัดแห่งสุนทรียภาพการเดินทาง ด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานอย่างครบครันค่ะ รถยนต์ Porsche 911 GT3 ตัวนี้มาพร้อมกับขุมพลังเครื่องยนต์ 6 สูบเรียงนอน ขนาด 3799 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 475 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 440 นิวตันเมตร ที่ 6250 รอบต่อนาที ระบบเกียร์อัตโนมัติ Porsche Doppelkupplung (PDK) 7 สปีด อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ภายใน 3.5 วินาที ความเร็วสูงสุด 315 กิโลเมตร/ชั่วโมง

Porsche 911 Turbo ปอร์เช 911 เทอร์โบ รถสปอร์ตในฝัน

ฉีกกฎเกณฑ์แห่งความเป็นสปอร์ตไปกับ Porsche 911 Turbo ที่จะปลุกความเร้าใจในการขับขี่ให้กับผู้ใช้งานได้อย่างน่าทึ่ง ให้ผู้ใช้งานได้ค้นพบประสบการณ์แห่งการขับขี่ยานยนต์แห่งอนาคตในรูปแบบใหม่ที่สนุกสนาน เร้าใจทุกพื้นที่การขับเคลื่อนเลยล่ะค่ะ

ด้วยการคิดค้นออกแบบอย่างไม่มีหยุดยั้งของค่ายปอร์เช ทำให้ได้รถยนต์ Porsche 911 Turbo สุดเร้าใจชาวสปอร์ตตัวนี้ขึ้นมา นับได้ว่าเป็นการปลดเปลื้องการขับขี่แบบเดิมๆให้มีความท้าทาย โดนใจผู้ขับขี่มากยิ่งขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า มีการดีไซน์ให้มีรูปลักษณ์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว จึงทำให้ครอบครองใจผู้คนที่ชื่นชอบรถสปอร์ตได้เป็นอย่างมากเลยล่ะค่ะ

เรามาดูรูปภายนอกสุดสปอร์ตของรถยนต์ Porsche 911 Turbo กันดีกว่าค่ะ
porsche-911-turbo-31-vert

ภายในที่หรูหรา สง่างามของรถยนต์ Porsche 911 Turbo

นวัตกรรมรถยนต์ได้พัฒนาการไปอย่างรวดเร็ว ความทันสมัยถูกผนวกเข้ากับการออกแบบด้วยการดีไซน์ชั้นสูงที่ดูเรียบหรู ที่สุดของรถยนต์สปอร์ต นอกจากนี้ยังมีระบบจอสัมผัสที่ตรงหน้าคอนโซลกลาง นำเสนอระบบความบันเทิงได้อย่างดีเยี่ยม ผู้ใช้งานไม่ต้องละสายตาจากถนน ให้ความปลอดภัยอย่างเหนือชั้นเลยล่ะค่ะ
porsche-911-turbo-13-vert

ให้ความทรงพลังทุกครั้งที่ขับเคลื่อน รถยนต์ Porsche 911 Turbo มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 6 สูบเรียงนอน ขนาด 3800 ซีซี ให้กำลังสูงถึง 520 แรงม้า ที่ 6000-6500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 660 นิวตันเมตร ที่ 1950-5000 รอบต่อนาที พร้อมทั้งให้แรงบิดสูงสุด with Overboost 710 นิวตันเมตร ที่ 2100-4250 รอบต่อนาที ระบบเกียรอัตโนมัติ Porsche Doppelkupplungsgetriebe (PDK) 7 จังหวะทำให้รถมีกำลังเครื่องยนต์ที่เร็วขึ้นส่งผลให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ภายใน 3.4 วินาที ความเร็วสูงสุด 315 กิโลเมตร/ชั่วโมง

ราคาของรถยนต์ Porsche 911 Turbo

รถยนต์ Porsche 911 Turbo มีราคา 21,850,000 บาท

แนะนำข้อมูลรถสวยๆโดย ตลาดรถบ้านมือใหม่

สุขจากความเมตตา

900850878454545454

สุขจากความเมตตา

“คนที่เป็นพ่อเป็นแม่นี่ เมื่อมีลูกแล้วก็ต้องการอยากให้ลูกเป็นสุข อยากให้ลูกมีความสุขลักษณะอย่างนี้ นี่แหละที่เรียกว่า ความรักความเมตตา”

คอลัมน์ คำพระ

โดย ป.อ.ปยุตโต

พอใจกับสิ่งที่ตนมีอยู่

15676 มนุษย์เราทุกคนที่เกิดมามีชีวิตอยู่ในโลกนี้ ทุกชีวิตย่อมประสบกับปัญหาด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นปัญหาส่วนตัวและปัญหาสังคม ปัญหาที่ประสบนั้น ต่างกันบ้าง เหมือนกันบ้าง จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกคนจะต้องต่อสู้ด้วยความพยายามอดทน เพื่อที่จะหาวิธีแก้ไขปัญหาชีวิตที่เกิดขึ้นแก่ตนอยู่ตลอดเวลา เพราะชีวิตที่ดีมีความสุขคือชีวิตที่สามารถแก้ปัญหาได้ สิ่งที่จำเป็นสำหรับชีวิตมนุษย์ ที่ต่างดิ้นรนแสวงหา คือ ปัจจัย 4 ได้แก่ เครื่องนุ่งห่ม อาหาร ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค และสิ่งอำนวยความสุขอื่นๆ ในการแสวงหานั้น ไม่ควรแสวงหาจนเกินขอบเขต เกินความพอดี เกินความจำเป็น ควรรู้จักพอ เพราะใจของคนเราเมื่อตกไปสู่อำนาจของความอยาก ความรู้จักพอก็ไม่มี เหมือนไฟไม่มีวันอิ่มด้วยเชื้อ เมื่อไม่สามารถควบคุมความปรารถนาของใจไว้ได้ ยิ่งได้มาเท่าไร ก็อยากได้เพิ่มเป็นทวีคูณ การแสวงหาปัจจัยเพื่อสนองความอยากของตนเองเช่นนี้ นอกจากจะทำตัวให้เดือดร้อนแล้ว ยังก่อทุกข์ให้เกิดขึ้น ถ้าไม่สามารถจะควบคุมใจของตนเองไว้ได้ อาจแสวงหาในทางทุจริตได้ เท่ากับทำตนให้ตกเป็นทาสของความอยาก ในสภาวะสังคมปัจจุบัน ควรดำเนินชีวิตอย่างเรียบง่าย เพราะการดำเนินชีวิตอย่างเรียบง่ายสามารถจะทำตนให้พ้นจากสภาพความวุ่นวายสับสนนั้นได้ คุณธรรมที่สำคัญสำหรับปลูกฝังให้เกิดความรู้จักพอหรือความพอดีในใจนั้น คือ ความสันโดษ คำว่า สันโดษ แปลว่า ความยินดีด้วยของที่ตนมีอยู่ ท่านแบ่งไว้ 3 ลักษณะด้วยกันคือ 1. ยินดีพอใจในสิ่งที่ตนได้ในสิ่งที่ตนมี ได้เท่าไหร่ มีเท่าไหร่ ก็ยินดีเท่านั้น ในสภาวะในฐานะที่ตนกำลังมีกำลังเป็นหรือได้รับอยู่ เพื่อป้องกันความทุกข์ที่จะเกิดจากความผิดหวัง เพราะถ้าบุคคลไม่สามารถจะหยุดความพอใจของตนไว้ได้ เมื่อได้รับ หรือมีอะไรไม่พอใจในสิ่งที่ได้หรือสิ่งที่มี เมื่อความผิดหวังเกิดขึ้นแล้ว ความไม่ชอบใจก็เกิดตามมา ดังนั้น ควรฝึกใจให้มีความพอดี ยินดีตามมีตามได้ ความทุกข์ใจก็ไม่เกิด 2. ยินดีพอใจตามกำลังของตนที่มีอยู่ หมายความว่า ให้รู้จักประมาณในความรู้ความสามารถของตน กระตุ้นเตือนตนให้รู้จักใช้ความสามารถของตนให้เต็มที่ ไม่ให้เป็นคนเกียจคร้าน คุณธรรมข้อนี้สอนให้บุคคลมิให้เอารัดเอาเปรียบผู้อื่น ฝึกให้เกิดความขยันหมั่นเพียรในการใช้กำลังในทางที่ถูกให้พอดี 3. ยินดีพอใจในสิ่งที่สมควรและยินดีพอใจพอสมควร หมายถึง การใช้กำลังให้ได้มาซึ่งปัจจัย และปัจจัยนั้นต้องเป็นปัจจัยที่เหมาะสม คุณธรรมข้อนี้ สอนให้บุคคลรู้จักคำว่า อิ่ม คือ พอ เพราะมากไปกว่านี้ก็เกินความจำเป็นไร้ประโยชน์ เหมือนน้ำที่เต็มแก้ว เอาน้ำไปเติมใหม่ก็มีแต่จะล้นออกมา ใช้ประโยชน์ไม่ได้ ฉะนั้น ควรที่เราทุกคนจะมีความพอใจ พอดี พอเพียง ถ้าบุคคลมีคุณธรรมทั้ง 3 ประการนี้ประจำใจแล้ว จะอยู่ในสังคมใด ประเทศใด ก็ทำให้สังคมนั้น ประเทศนั้น มีความเจริญรุ่งเรือง มีความสงบสุขอย่างแท้จริง คอลัมน์ ธรรมะวันหยุด โดย พระเทพคุณาภรณ์ (โสภณ โสภณจิตฺโต ป.ธ. ๙) เจ้าอาวาสวัดเทวราชกุญชร วรวิหาร

นกยูงไทย (Green Peafowl) ประวัติ ข้อมูล

60817-154945

ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Pavo muticus
วงศ์ : Phasianidae
อันดับ : Galliforme
นกยูงไทย เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองชนิดหนึ่งของประเทศไทยและเป็นนกที่มีความสวยงามชนิดหนึ่งของโลก เป็นนกที่มีคุณค่าและหายาก ซึ่งทั่วโลกมีจานวนนกยูง ( Pavo spp.) ถึง ๓๙ ชนิดสาหรับในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้นกยูงถูกแบ่งออกย่อยตามลักษณะสีขนและถิ่นการกระจายได้ ๓ subspecies คือ นกยูงชวา (Javanese green peafowl , P. muticus muticus) นกยูงอินโดจีน (Indo-Chinese green peafowl, P. muticus imperator) และนกยูงพม่า (Burmese green peafowl, P. muticus specifer )
ในประเทศไทยพบ ๒ ชนิดย่อยคือ นกยูงชวา หรือ นกยูงใต้ หรือ Pavo muticus muticus Linnaeus และนกยูงอินโดจีน หรือ นกยูงเหนือ หรือ Pavo muticus imperator Delacour
ลักษณะทั่วไป
นกยูงไทยจัดเป็นนกขนาดใหญ่ ตัวผู้มีสีเขียวสด บริเวณปีกสีน้าเงิน ปลายปีกสีน้าตาลเข้ม หัวมีหงอนขนงอกชี้ขึ้นเป็นกระจุกสีเขียวมันวาว ด้านบนศีรษะตั้งแต่ด้านหลังจนถึงหน้าผากจรดโคนจงอยปากมีขนละเอียดขดเป็นปุ่มเล็กๆอัดกันแน่นสีน้าเงินเข้มเป็นมัน ใบหน้าทั้งสองข้างเป็นแผ่นหนังมีสีฟ้าและสีเหลืองล้อมลูกตาและหูตามลาดับ ขนคลุมหางด้านบนยาวมากที่ปลายมีแผ่นขนแบนๆเป็นวงกลมหรือที่เรียกว่าแววมยุราซึ่งจะใช้สาหรับราแพนเกี้ยวตัวเมียและจะหลุดร่วงหลังฤดูผสมพันธุ์แล้วงอกขึ้นมาใหม่ ส่วนตัวเมียเต็มวัยมีลักษณะคล้ายตัวผู้แต่สีเป็นมันวาวน้อยกว่า แผ่นขนคล้ายเกล็ดที่ปกคลุมบริเวณคอ อกและหลังมีขนาดเล็กกว่า ขาสั้นกว่า ขนคลุมหางสั้นกว่ามากยาวไม่เกินขนหางและไม่มีแววมยุรา นกยูงใต้มีขนาดเล็กกว่า
2
นกยูงเหนือ หนังบริเวณหูและแก้มมีสีเหลืองสดกว่า ลูกนกยูงมีขนบริเวณคอละเอียดและอ่อนนุ่มสีเหลืองครีม ส่วนปีกมีขน primary สีน้าตาลอ่อน จงอยปากและแข้งมีสีเนื้อ
ถิ่นอาศัยและอาหาร
พบตั้งแต่รัฐอัสสัมในประเทศอินเดีย ตะวันตกเฉียงใต้ของจีน เอเซียตะวันออกเฉียงใต้และเกาะชวาในประเทศอินโดนีเซีย
นกยูงไทยเป็นนกที่กินได้ทั้งพืชและสัตว์ ได้แก่ พวกเมล็ดหญ้า เมล็ดของไม้ยืนต้น ธัญพืช ผลไม้สุกที่หล่นจากต้น ยอดอ่อนของหญ้า แมลง ตัวหนอน ไส้เดือน งู และสัตว์ขนาดเล็ก หากินตามพื้นดินเช่นเดียวกันกับไก่ฟ้าและไก่ป่า
พฤติกรรม , การสืบพันธุ์
นกยูงผสมพันธุ์ในช่วงฤดูร้อนระหว่างเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม ตัวผู้ผสมตัวเมียได้หลายตัว ในธรรมชาติตัวเมียทารังตามพื้นดินมีหญ้าหรือใบไม้รอง แต่ในกรงเลี้ยงควรทาที่วางไข่ไว้มุมด้านหลังกรง อาจเป็นลังสี่เหลี่ยมหรือกรอบไม้โดยวางกับพื้น มีหญ้ารอง ที่สาคัญควรมีที่บังไพรให้ เพื่อนกยูงไทยจะได้มีความรู้สึกว่าปลอดภัยและพอใจที่จะเข้าไปวางไข่ วางไข่ครั้งละ ๓ – ๖ ฟอง ตัวเมียฟักไข่ผู้เดียว ใช้เวลาฟัก ๒๗ – ๒๘ วัน ลูกนกยูงจะตามแม่หากินไม่น้อยกว่า ๖ เดือนจึงจะแยกออกไปหากินตามลาพัง การผสมพันธุ์ หลังจากตัวผู้เกี้ยวพาราสีโดยการราแพนแล้วตัวเมียที่พึงพอใจจะเข้ามาใกล้และยอมให้ผสมพันธุ์โดยตัวเมียจะลดตัวให้ต่าลงให้ตัวผู้ขึ้นขี่หลัง ตัวผู้จะใช้จงอยปากจิกที่หัวตัวเมียเพื่อไม่ให้ตกลงมาและขณะขึ้นผสมพันธุ์แพนหางจะถูกพับเก็บและโค้งพับมาข้างหน้าของตัวเมีย ใช้เวลาประมาณ ๑ นาทีซึ่งจะได้ยินเสียงหวีดร้องหนึ่งครั้งคาดว่าเป็นตัวเมีย หลังจากเสร็จแล้วตัวผู้จะลงจากหลังแล้วลดแพนหางลงส่วนตัวเมียจะคลี่ปีกและหางออกสะบัดและเก็บไว้ที่เดิม ซึ่งตัวผู้สามารถผสมกับตัวเมียได้ถึง ๒ ตัวในเวลาติดต่อกัน ไข่นกยูงไทยมีลักษณะกลมเรียวมน สีขาวเนื้อ บางฟองมีลายแต้มสีน้าตาล ขนาด ๕๓.๗๕ x ๗๔.๔๕ มิลลิเมตรและมีน้าหนัก ๑๑๙.๗๖ กรัม ลูกนกยูงไทยแรกเกิดมีน้าหนักเฉลี่ย ๗๕.๓๓ กรัม

Honda Accord Hybrid สวยงาม

7159532
Honda Accord Hybrid 2017 เวอร์ชั่นญี่ปุ่นได้เผยข้อมูลมาบ้างแล้วซึ่งมาพร้อมความทันสมัยมากขึ้นด้วยไฟหน้าแบบ Full-LED พร้อม Daytime Running Light รับกับกระจังหน้าออกแบบใหม่ตกแต่งด้วยโครเมี่ยม ขณะที่ช่องดักลมบริเวณกันชนออกแบบใหม่พร้อมไฟตัดหมอก LED ด้านท้ายเปลี่ยนไฟแบบ LED 3 เส้น ตกแต่งไฟเลี้ยวด้วยโทนสีฟ้า ฝากระโปรงท้ายติดตั้งแถบโครเมี่ยมขนาดใหญ่พร้อมสัญลักษณ์ HYBRID ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้วทูโทนพร้อมยางขนาด 235/45 R18 ภายในห้องโดยสารออกแบบใหม่ติดตั้งสวิตซ์เกียร์แบบไฟฟ้าสั่งงานง่ายๆเพียงแค่กดปุ่ม ติดตั้งโหมด SPORT และปุ่ม EV รวมถึงสวิตซ์เบรกมือไฟฟ้า พร้อมฟังก์ชั่น Brake Hold ช่วยเหรียบเบรกค้างอัตโนมัติเพิ่มความปลอดภัยอีกขั้น และยังมาพร้อมระบบ Active Sound Control ที่ทำงานในลักษณ์ Noise Cancellation ปล่อยคลื่นเสียงออกลำโพง เพื่อหักล้างเสียงรบกวนทำให้ภายในห้องโดยสารเงียบกว่าเดิม พร้อมหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้วรองรับ Apple CarPlay
95959

Honda Accord Hybrid มาพร้อมเครื่องยนต์ไฮบริด Sport Hybrid i-MMD ทำงานด้วยเครื่องเบนซิน Atkinson Cycle ขนาด 2.0 ลิตร และมอเตอร์ไฟฟ้าอีกสองตัว ให้กำลังสูงสุด 181 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 315 นิวตัน-เมตร อัตราสิ้นเปลือง 30 กม./ลิตร ทดลองในรุ่น Hybrid EX ตามมาตราฐาน JC08

จุดขายที่จะมีในบ้านเราคือระบบ Honda Sensing ในเวอร์ชั่นญิปุ่นจะมี 8 อย่างได้แก่

– ระบบเตือนการชนด้านหน้า CMBS
– ระบบเตือนคนเดินถนน พร้อมช่วยหักเลี้ยวพวงมาลัย
– ระบบป้องกันการชนด้านหน้า กรณีเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรง
– ระบบช่วยประคองรถให้อยู่ในเลน
– ระบบป้องกันรถออกนอกเลนโดยไม่ตั้งใจ
– ระบบ Adaptive Cruise Control พร้อมฟีเจอร์ช่วยขณะจราจรติดขัด
– ระบบเตือนรถคันหน้าเคลื่อนที่ออกไป
– ระบบอ่านป้ายจราจรอัจฉริยะ

เช็คข้อมูลเพิ่่มได้ที่ ศูนย์รวมข้อมูลรถยนต์ทั่วประเทศ

จิตมนุษย์เหมือนคนบ้าหาบหิน

45694575789984566455547453575357

การฝึกสมาธิ รวมจิตรวมใจให้เข้ามาภายใน ธรรมดาจิตนี้ ดวงจิตดวงใจจริง ๆ ก็คือดวงจิตดวงใจดวงเดียวเท่านั้น คน ๆ หนึ่ง สัตว์ตัวหนึ่ง ไม่ว่าใคร มีจิตดวงเดียว จิตดวงเดียวนี่แหละ แต่ว่าความอยาก ความดิ้นรน กิเลสมันเยอะ เรียกว่ามีมาก โบราณท่านตัดออกไปจากอายตนะทั้งหลาย ว่ากิเลสนี้มีตั้งพันหน้า ตัณหาร้อยแปด ก็คือว่ามันเยอะแยะ คิดมากไปเท่าไหร่ กิเลสมันก็มากไปตามความคิด

พระพุทธเจ้าจึงสอนว่า จงรวมจิตใจเข้ามา ถ้ารวมจิตใจเข้ามา จิตมันก็มีดวงเดียว จิตดวงเดียวเป็นผู้ลุ่มหลงมัวเมาอยู่ในกามภพ ในรูปภพ ในอรูปภพ ในมนุษย์โลก เทวโลก พรหมโลก เปรตโลก ยมโลก ไม่ว่าโลกใดก็ตาม จิตดวงเดียวเป็นผู้หลง เป็นผู้ไป เมื่อเกิดในภพใด ๆ ตั้งอยู่ภพใด ๆ ก็ไปยึดถือว่า ตัวเองอยู่ในภพนั้น ๆ จิตดวงเดียว เมื่อเรารวมเข้ามาแล้ว รักษาได้ง่าย เพราะมันเป็นของอันเดียว

ที่นี้ถ้าเราคิดมากไป ปรุงแต่งมากไป ตามอำนาจของกิเลสตัณหาในจิตใจนั้น ก็เลยมากเรื่องมากราวไป พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า จิตนี้เป็นใหญ่ เป็นประธาน สำเร็จแล้วด้วยดวงจิต เมื่อจิตจะเอาอะไร จะทำอะไร จะพูดอะไร จะทำบุญทำบาป ก็สำเร็จด้วยดวงจิตดวงใจทั้งนั้น แม้พระพุทธเจ้าบำเพ็ญโพธิญาณมาสำเร็จได้ ก็เพราะดวงจิตดวงใจทั้งนั้น พากาย พาวาจา ให้ประพฤติดีทำดี ก็คือจิตดวงนี้แหละ

ดวงจิตดวงนี้นั้น ไม่ใช่เราไม่รู้ไม่เข้าใจ มันมีอยู่ เราทุกคนย่อมรู้ว่า ในตัวเรานี้แหละ ในใจเรามีความคิดนึกปรุงแต่งอยู่ตลอดเวลา ความอยากทั้งหลาย ท่านให้ชื่อว่า ตัณหา กามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา ก็คือความดิ้นรน วุ่นวาย กระสับกระส่ายในจิตไปเท่าไรก็ติดเข้าไปเท่านั้น เมื่อจิตไม่สงบ ไม่ตั้งมั่นอยู่ในดวงจิตดวงใจแล้ว จิตนั้นเองเป็นผู้แส่ส่ายไปรับเอาเรื่องต่าง ๆ มาคิด มานึก มาปรุง มาแต่ง ทั้ง ๆ ที่ พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า ไม่ต้องไปเก็บเอาอะไรมาอีก เท่าที่มันมีอยู่นี้มันก็หนักพอแรงแล้ว ขันธ์ทั้ง ๕ เป็นของหนัก แล้วยังจะไปเก็บเอาเรื่องราวอารมณ์ภายนอกเข้ามา ให้มันยุ่งเหยิง มันก็ยิ่งหนักยิ่งหน่วงเข้าไป เหมือนกับว่าเราหาบ เราแบกเต็มแรงแล้ว แต่ยังไม่พอ เก็บเข้ามาใส่อีก จิตใจที่ไม่สงบ ไม่ตั้งมั่นอยู่ภายในนี้ ท่านว่าเหมือนคนบ้าหาบหิน

นิทานคนบ้าหาบหินนั้นมีอยู่ว่า บ้านั้นท่านว่าบ้า ๑๐๘ บ้า ๓๒ บ้า นับไม่ได้ มีบ้าชนิดหนึ่ง ไม่โหดร้ายประการใด ได้บุง ได้ตาด ได้อะไรมาก็หาบไป เมื่อเห็นไม้ เห็นก้อนหิน เม็ดกรวดอะไรก็ตาม เก็บใส่ข้างหน้าข้างหลัง แล้วก็หาบเรื่อยไป ไม่ว่าเห็นอะไรอยู่ข้างถนนหนทางก็เก็บมาใส่ทั้งนั้น เรียกว่าเก็บก้อนหิน ของหนักมาใส่ หาบไป จนกระทั่งหาบไปไม่ได้ ก็เก็บออก เก็บออกพอเบาไปได้ก็หาบไปอย่างนั้นแหละ

เขาให้ชื่อว่าคนบ้า คนบ้าชนิดนั้นไม่มีเรื่องราวกับใคร แต่มีเรื่องราวกับหิน เห็นของหนักแล้วก็เอามาใส่ เจ้าของก็หาบไป เมื่อหาบไป มันก็เบา ก็เก็บมาใส่ใหม่ เห็นของใหม่ก็เก็บใส่ใหม่ เป็นอยู่อย่างนี้ ตลอดวันตลอดคืน แก่ทำมาอย่างนั้น นี้เรียกว่าเป็นนิทานอันหนึ่ง
นิทานคนบ้าหาบหินนี้ เปรียบอุปมาเหมือนจิตใจของคนเรา ไม่ภาวนา ไม่สงบ ก็ไม่สละออกไปจากอารมณ์ต่าง ๆ ที่เก็บเข้ามา ตาเห็นรูป ก็เก็บเอามาไว้ มาคิด มานึก มาปรุงแต่งในทางที่จะยึดเอาถือเอาเหมือนคนบ้าหาบหิน รูปดีก็อยากได้ ดิ้นรนวุ่นวาย รูปสวย รูปงาม ไม่ว่ารูปวัตถุ ข้าวของเครื่องใช้ไม้สอยก็ตาม รูปคน… เมื่อเห็นว่ารูปดี ก็อยากได้ ปรารถนา ดิ้นรนไปตามกามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา มันเก็บเข้ามา ยึดเข้ามา

ที่นี้ ในขณะที่รูปไม่ดี รูปน่าเกลียดน่ากลัว รูปน่าชัง ก็เก็บเข้ามาอีก ไปเกลียด ไปกลัว ไปชัง พาให้จิตใจไม่เป็นสมาธิภาวนา คือเป็นธรรมดาของจิตไม่สงบ ไม่มีภาวนาพุทโธอยู่ในดวงใจ เมื่อตาเห็นรูปในส่วนที่ดีก็หลงไปอีกอย่างหนึ่ง ในส่วนที่ไม่ดี ก็หลงไปอีกอย่างหนึ่ง วุ่นวายอย่างนั้นแหละ เหมือนกับว่าคนบ้าหาบหิน

นอกจากตาเห็นรูป หูได้ฟังเสียง ก็คอยเก็บเข้ามา นอกจากเก็บเข้ามาแล้ว ตัวเองก็ชอบพูดชอบกล่าวแต่ในสิ่งที่ไม่นั้นแหละ พุทโธ ธัมโม สังโฆ ธรรมะคำสั่งสอนมีตั้ง ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ ก็ไม่ท่องบ่นสาธยาย เอามาจดมาจำ แต่คำดุคำด่า ว่าร้ายป้ายสีให้แก่กัน วันนี้ชอบเอามาคิด เอามานึก แม้สิ่งนั้นจะล่วงเลยมานานแล้วก็ตาม จำไว้ ไม่ให้ลืม เขียนไว้ไม่ให้ลืม เป็นอย่างนี้มาตลอดกัป ตลอดกัลป์ ตลอดภพ ตลอดชาติ ไม่ว่ามนุษย์และสัตว์โลกทั้งหลาย มันเป็นอยู่อย่างนี้ ไม่รู้จักปล่อยวาง

ทางสมาธิภาวนา ธรรมะธัมโม คำสอนในทางพุทธศาสนานั้น ท่านให้ตั้งอกตั้งใจบริกรรมภาวนา คนอื่นผู้อื่นไม่สำคัญเท่าใจของเราเอง ใจของเรานี้แหละ ควรภาวนานึกน้อมอยู่ในตัว ในใจ อย่าได้ประมาท ไม่ต้องไปหาบไปหิ้วเอาเรื่องของคนอื่น ผู้อื่น

สัตว์โลกทั้งหลายนั้นมีอยู่มากมาย พระพุทธเจ้าตรัสว่า “อะนันตังอัปปะริมาณัง” อนันตัง แปลว่า จะนับก็ไม่ได้ ประมาณไม่ได้ แม้มนุษย์โลก สัตว์โลกทั้งหลายยังนับอ่านไม่ได้ ลองคิดดูว่า สัตว์เดรัจฉานในน้ำ บนบก ในอากาศนั้นมีมากมาย เต็มไปด้วยสัตว์ทั้งหลาย นับได้เมื่อไร ไม่มีใครนับได้ ในพื้นแผ่นดิน ก็เต็มอยู่ในแผ่นดิน พวกมด พวกปลวก พวกแมลงเล็ก ๆ น้อย ๆ จนสมมติให้ชื่อมันไม่ได้ มันมากมาย ที่มันเกิดมาได้แล้วก็มี ส่วนที่มันยังเกิดไม่ได้ เหลือแต่ดวงจิตดวงวิญญาณอยู่ ก็เรียกว่าแน่นโลกอยู่ก็ว่าได้

ดวงจิตดวงวิญญาณของสัตว์ทั้งหลายนี้ เรียกว่าเต็มโลก หรือภาษาโบราณท่านว่า ดวงจิตดวงใจของสัตว์โลกนั้นมันเต็มโลก เหมือนเอาข้าวสารยัดใส่ไห ข้าวสารในไห ในหม้อ ในตุ่ม เต็มไปอย่างนั้นแหละ แน่นอยู่ในไห ในถุงอย่างไร ดวงจิตดวงใจของสัตว์โลกก็เต็มอยู่อย่างนั้น ไม่หมด ไม่สิ้น

บางคนก็มาเห็นว่า มนุษย์โลกในยุคนี้สมัยนี้มันมากมาย จนรัฐบาลแต่ละประเทศเลี้ยงไม่ไหว ต้องมีการคุมกำเนิดไม่ให้มันเกิด ถ้ามันเกิดมาแล้วก็จะมากมายหลายอย่าง แต่ละบุคคล ๆ เลยมีการคุมกำเนิดไม่ให้มันเกิด มันจะเกิดหรือไม่เกิดก็ตามที แต่ว่าดวงจิตดวงใจของสัตว์โลกทั้งหลายนั้น มันเกิดอยู่อย่างนั้นแหละ มันมีอยู่แล้ว ที่คุมกำเนิดก็คุมได้แต่ในรูปขันธ์ คือไม่ให้มันมีรูปขึ้นมา แต่ว่าในจิตในใจนั้นมันคุมไม่ได้ มันเกิดก่อนผู้ควบคุมด้วย มันเกิดมาตั้งแต่อเนกชาติ นับภพ นับชาติ นับกัป นับกัลป์ นับตั้งฟ้าตั้งแผ่นดินไม่ได้แล้ว ดวงจิตดวงใจอันนี้ มันจึงเป็นดวงจิตที่เรียกว่า หลงใหลอยู่ในโลกมานมนาน เป็นคนบ้าหาบหินมานานแล้ว จนนับไม่ถ้วน

แม้แต่พระศาสนาสัมมาสัมพุทธเจ้าแต่ละพระองค์ได้มาตรัสรู้ในโลก พระพุทธเจ้าทั้งหลายก็รู้ว่าสัตว์โลกทั้งหลายมันมากมายเหลือที่จะพรรณนา พระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่ง ๆ มาโปรด มาเทศน์ มาสั่งสอนเอาก็ได้ แต่มันก็ไม่หมดไม่สิ้นไปได้ นับเป็นอสงไขย ๆ ที่สัตว์มาพ้นทุกข์ไปสู่นิพพานตามพระพุทธเจ้าแต่ละองค์ แต่ถึงกระนั้น สัตว์โลกก็ไม่มีทางจะหมด จะสิ้นได้ เพราะอะไร เพราะจิตใจของสัตว์โลกยังมีความหลงอยู่

เมื่อเป็นเช่นนี้ท่านจึงให้มีความสังวรระวัง ตั้งอกตั้งใจปฏิบัติบูชาภาวนา อย่าให้ใจไปเก็บเอาอารมณ์เรื่องราวภายนอกที่ไม่มีที่จบที่สิ้น ให้รู้จักปล่อยวาง ตาเห็นรูป หูฟังเสียง จมูกดมกลิ่นเหม็นหอมอะไร ก็อย่าไปยึดไปถือเอา ถ้าจิตหลงไปยึดไปถือแล้ว เป็นทุกข์ในใจ เป็นทุกข์ในโลก ไม่มีที่จบที่สิ้น

ในเมื่อเวลากลิ่นสัมผัสในจมูก รสสัมผัสในลิ้น เรื่องรสอาหารการกินนี้เป็นตัวสำคัญอันหนึ่ง เพราะว่าชีวิตของสัตว์ทั้งหลายนั้นตั้งอยู่ได้เพราะมีอาหาร ที่มันเกิดขึ้นมามีชีวิตอยู่ได้ เพราะมีการบริโภคอาหาร ถ้าสัตว์ทั้งหลายไม่มีอาหารกิน รูปขันธ์ก็ตั้งอยู่ไม่ได้

รสอาหารนี้แหละ เป็นเหตุการณ์อันใหญ่ยิ่ง เพราะว่าจิตนั้นไม่อยู่ในสมาธิภาวนา ไม่มีอารมณ์ใจสงบระงับ ก็ย่อมดิ้นรนวุ่นวายไปตามอาหารการกิน สิ่งที่ล่วงมาแล้ว เคยกินเคยบริโภคอย่างใด จิตอันนี้ก็ไปยึดไปถือเอา เรียกว่าเหมือนกับคนบ้าหาบหิน มันก็หาบเอาสิ่งที่ผ่านไปแล้ว ไม่ยอมให้ผ่านไป มันเก็บเอามาคิดนึกอีก และก็คิดไปข้างหน้า หลงอยู่ในรสอาหารการกิน หารู้ไม่ว่ารสอาหารการกินนั้น มันเป็นเพียงการมาประทังรักษารูปขันธ์ให้เป็นอยู่เท่านั้น เมื่อรูปขันธ์เป็นอยู่แล้ว เราก็จะได้เจริญสมถะกรรมฐานทำให้ใจสงบระงับ ไม่ปล่อยปละละเลยให้จิตใจไปวุ่นวายแต่เรื่องภายนอก ยังดวงจิตดวงใจให้สงบตั้งมั่นอยู่ภายในดวงใจนี้ จะได้รวมจิตรวมใจเข้ามาภายในไม่ให้วุ่นวายไปตามเรื่องภายนอก

ส่วนร่างกาย ก็มีสิ่งที่มาสัมผัสถูกต้อง เย็นร้อนอ่อนแข็ง เจ็บไข้ได้ป่วย สบาย ไม่สบาย ให้ชื่อว่า โผฏฐัพพะ สิ่งที่มากระทบกระเทือนรูปกายนี้ ก็เป็นอารมณ์พาให้จิตใจคนเราอยู่นิ่ง ๆ ไม่ได้ ภาวนาพุทโธอยู่ในดวงใจไม่ได้ เพราะมีความลุ่มหลงอยู่ในผิวหนังผิวกาย หรือในเครื่องสัมผัส ไม่ว่าจะมีอะไรอยากได้อะไร เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มที่ปกปิดร่างกายนั้น นอกจากจะกันความร้อนหนาว เหลือบยุงแล้ว ยังนุ่งห่มประดับประดาตกแต่งร่างกาย เอาดีเอางาม วิเศษวิโส ไม่มีที่จบสิ้น นั่นแหละท่านว่า มันไปหาบเอา ยึดเอา ถือเอา เป็นทุกข์ในใจเป็นทุกข์ในโลก เป็นทุกข์ในกายเป็นทุกข์ในจิต ดวงจิตมันก็เป็นทุกข์

เมื่ออารมณ์ทั้งหลาย มีรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ สิ่งที่มาถูกต้องกาย ไปเป็นอารมณ์อยู่ในจิต แต่มันไม่ใช่อารมณ์ภาวนาพุทโธ ไม่ใช่อารมณ์มรณกรรมฐาน แต่เป็นอารมณ์หลงใหลไปตามตา ตามรูป ตามหู ตามเสียง ตามจมูก ตามกลิ่น ตามลิ้น ตามรส ตามกาย ตามโผฏฐัพพะ มันหลงอยู่อย่างนี้

จิตเมื่อมันได้ผ่านอายตนะทั้งหลาย มันก็ไปเป็นอารมณ์อยู่ในจิต ดับไม่ลง สงบไม่ได้ จิตอันนั้นก็เลยเห็นว่า ความคิด ความนึก ความฟุ้งซ่านรำคาญ ดิ้นรนวุ่นวายกระสับกระส่ายได้มากเท่าไร ก็ถือว่าเป็นความสุข แต่ความสุขอันเป็นทุกข์ มันเก็บเข้ามา ยึดเข้ามา ถือเข้ามา ไม่รู้จักปล่อยจักวาง

พระพุทธเจ้าท่านปล่อยวางจนหมด ไม่มีอะไรยึดไว้ถือไว้ในจิตในใจ ดวงจิตดวงใจของพระองค์ก็เรียกว่า ละกิเลสพร้อมทั้งวาสนาได้หมดสิ้น คือท่านไม่เป็นบ้าเป็นบอมายึดมาถือตามโลกอีกต่อไป พระพุทธเจ้า พระอรหันต์เจ้าทั้งหลาย พระโสดา พระสกิทาคามี พระอนาคามี ท่านรู้จักปล่อยรู้จักวาง รู้จักตัวเองว่า ลุ่มหลงมาแล้วในโลกนี้จนนับไม่ถ้วน

เมื่อมาถึงปัจจุบันชาตินี้ ท่านก็ปล่อยวาง ท่านไม่หาบต่อไปอีก ปลงไว้ วางไว้ ตามหน้าที่ของเขา แล้วก็กำหนดพิจารณาให้เห็นแจ้งอยู่ภายในจิตใจของท่าน ไม่ใช่ท่านขาดสติ ขาดสมาธิ ขาดปัญญาไม่ได้ ท่านมีสติ มีสมาธิ มีปัญญา มีวิชาความรู้ ท่านเห็นว่าจิตใจของท่านได้หาบ ได้แบก ได้หาม วุ่นวายมานานแล้ว ปลงเสียที วางเสียที เรียกว่าปลงตก

ปลงตก คือพิจารณาเห็นแจ้งว่าไม่ดี ไม่วิเศษวิโสอะไร ท่านก็ปลง ละออก ปล่อยออก วางออก ให้หมดสิ้น ไปจากจิต สิ่งใดที่ท่านเคยอิจฉาพยาบาทโกรธแค้นให้แก่มนุษย์และสัตว์ทั้งหลาย ท่านก็ปล่อยวางออกไป ไม่อิจฉา พยาบาทใครอีกต่อไป

มีความเพ่งเล็งให้แก่มนุษย์และสัตว์ทั้งหลาย มีความสุขกาย สบายใจ อย่าได้เดือดร้อนวุ่นวาย ใครมีความสุขอย่างไร ก็ให้มีความสุขอย่างนั้นให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป พระพุทธเจ้า พระอริยะเจ้าทั้งหลาย เรียกว่าท่านมีเมตตากรุณาแก่สัตว์โลกไม่ซ้ำเติม ไม่เก็บเอามายุ่งในจิตใจด้วย

คนเราที่ใจไม่สงบ ก็เพราะว่าไปคอยยึด ไปคอยถืออยู่ หาบอยู่ เหมือนคนบ้าหาบหิน ไม่รู้จักปล่อยวาง ความจริงแล้ว เราจะไปปล่อยวางให้คนอื่น ไปว่าดีให้คนอื่นก็เท่านั้น ไปว่าชั่วเสียหายให้คนอื่น ก็เท่านั้น
หน้าที่ของผู้ปฏิบัติธรรมภาวนาในทางพุทธศาสนานั้น ท่านทำจิตทำใจของท่านให้มีความสงบตั้งมั่น มั่นคงอยู่ในบริกรรมภาวนา ในดวงจิตดวงใจของท่านทุก ๆ ท่าน ทุกองค์ เมื่อยังไม่พ้น ก็เพียรพยายามเพื่อให้หลุดให้พ้น

เมื่อพ้นไปแล้ว หลุดไปแล้ว ท่านก็มีความเมตตาแก่สัตว์โลกทั้งหลาย ท่านก็มีความเมตตาแก่สัตว์โลกทั้งหลาย ไม่มีการซ้ำเติมบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ที่มีความทุกข์กายทุกข์ใจ แล้วก็ไปซ้ำเติมให้มันมีความทุกข์หนักขึ้นไปอีกไม่เอา ท่านมีวิธีสั่งสอน แนะนำให้พุทธบริษัทมีภิกษุ สามเณร สามเณรี ผ้าขาว นางชี ฤาษี ตั้งอกตั้งใจ ภาวนาทำความเพียรละกิเลส

การละกิเลสจะหมดจะสิ้นไปได้นั้น ไม่ใช่เพียงแต่ว่าสงบอยู่เท่านั้น ยังไม่พอ จะต้องกำหนดพิจารณาให้เห็นแจ้งด้วยญาณ ด้วยปัญญาตาใจว่า รูปนาม กาย ใจ ตัวตนคนเรานี้แหละ ไม่มีอะไรจะเที่ยงแท้แน่นอน ยั่งยืน จะให้เป็นไปตามความรักความปรารถนาทุกอย่าง ทุกประการนั้น เป็นไปไม่ได้ เพราะว่ารูปขันธ์ อันเป็นตัวเป็นก้อนอันนี้ก็ตาม นามขันธ์ ได้แก่ดวงจิตดวงใจคิดนึกปรุงแต่ง อะไรต่อมิอะไร มีความไม่เที่ยงเป็นทุกข์ เป็นอนัตตา

ท่านมาฝึกฝนอบรม สั่งสอนพุทธบริษัทให้รู้จักทำความสงบ ระงับ ให้รู้จักปล่อยวาง ไม่ให้ยึดถือ แม้จะมีอารมณ์ใด ๆ เกิดขึ้น ในเวลาเรานั่งอยู่ เมื่อลุกจากที่นั่งไป ท่านก็สอนว่า อย่าเก็บเอาอารมณ์เรื่องราวที่มันเกิดขึ้นในเวลานั่งนั้นติดตามไปด้วย

ถ้าทำได้อย่างนี้ อารมณ์ภาวนาก็สบาย ไม่ไปเก็บเอาสิ่งที่เขาด่า เขาว่าดีชั่วให้ เมื่อลุกจากที่นั่งไปแล้ว ก็ไม่เก็บไปด้วย ในใจก็สบาย กายก็สบาย หูก็สบาย เพราะไม่ไปเก็บเอาอะไรต่อไปอีก หรือเขาติเตียนนินทา ว่าร้ายป้ายสีในเวลาที่เราอยู่ในน้ำ ถ้าเราขึ้นจากน้ำแล้วก็อย่าเก็บมา ทิ้งไว้ในน้ำนั้น

นี่คือนโยบายสอนผู้ปฏิบัติธรรมะ อย่าไปเก็บเอามา อย่าไปเอามาหาบ มายึด มาถือ ถ้าเอามายึดมาถือไว้แล้ว ไม่มีที่จบที่สิ้น ขึ้นชื่อว่าโลกแล้วไม่มีที่จบ ไม่มีที่สิ้น ถ้าใครต่อเติมส่งเสริมมากเท่าไหร่ ก็ไปมากเท่านั้น เลยไม่จบไม่สิ้น ทำไมมันจึงไม่จบไม่สิ้น ก็เพราะว่ามันวน ๆ อยู่ในอาการอันเก่า

ทั้งโลกนี้ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ธรรมารมณ์ ในอายตนะภายใน อายตนะภายนอก มันกระทบกระเทือนอยู่อย่างนี้มันจะจบสิ้นที่ไหน มันวนอยู่ในอาการอันเก่า ท่านว่าเหมือนมดมันไต่ขอบด้ง ขอบหม้อ ขอบไห มันไต่เท่าไร ๆ มันจะมีที่สิ้นสุดที่ไหนเพราะของมันกลม เรียกว่ามันไต่ไปตามความไม่รู้นั่นแหละ มันวนอยู่ในอาการอันเก่า แม้ความคิดนึกของคนเราว่าไปไกลที่สุดแล้วนั้น มันก็ไกลโดยความวนอยู่ในอาการอันเก่า

พระพุทธเจ้าจึงสอน ไม่ให้วนเวียนมาในโลกนี้อีก ต่อไปสงบจิตสงบใจ ตั้งใจให้มั่นในดวงจิตดวงใจ ให้จิตใจดวงนั้นมีปัญญาพิจารณา ที่มีความเกิดขึ้นมา ตั้งอยู่ แล้วก็ดับไป เป็นธรรมดาของสังขารทั้งหลาย เขาต้องเป็นไปอย่างนี้ แม้จิตใจของผู้มาอาศัยอยู่ในรูปขันธ์ คือขันธ์อันนี้ ดัวอันนี้ มิใช่ว่าจะได้ดังความปรารถนาทุกอย่างทุกประการ ก็เป็นไปไม่ได้ เพราะว่ารูปขันธ์นี้ มีความแก่ความชรา มีความเจ็บไข้ได้ป่วย มีความแตกดับเป็นธรรมดา

จิตใจดวงที่ภาวนาพุทโธต่างหาก อยู่ที่ใดตั้งอกตั้งใจ ไม่ให้ใจของตนออกไปรับเอาเรื่องราวภายนอก สิ่งใดอยู่ภายนอกก็ให้ทิ้งไว้ นอกนั้นเรื่องราวอะไรที่มันเข้ามายุ่งในจิตในใจ ก็เพียรละในใจ ตั้งอกตั้งใจบริกรรม ภาวนาพุทโธรวมจิตใจเข้าไปภายในใจของตนเอง เพียรพยายามอยู่ในหัวใจของตนให้ได้ตลอดเวลา นั่งที่ไหนก็ภาวนาในที่นั้น ยืนอยู่ที่ไหนก็ภาวนาที่นั้น จะเดินไปมาที่ไหนก็ภาวนารวมจิตรวมใจให้สงบตั้งมั่น จนเกิดความรู้ ความฉลาด ความสามารถอาจหาญ ตัดบ่วงห่วงอาลัย กิเลสในหัวใจของตัวให้หมดไป สิ้นไป ไม่ใช่เพียงแต่ว่า ความอยากได้ อยากดี อยากเป็น อยากมีไปตามอำนาจกิเลส อันนี้ไม่มีที่จบที่สิ้น ดิ้นรนไปตามความหลง

ความรู้แจ้งเห็นจริง ก็ต้องมารู้ที่กายที่จิต ที่ตัวเรานี้เอง ว่าร่างกายสังขารของแต่ละบุคคล มีขาสอง แขนสอง ศรีษะหนึ่ง มีหนังหุ้มอยู่เป็นที่สุดโดยรอบ มีใจครองอยู่ในร่างกาย ตัวตนนี้ คนละดวงใจ ก็ให้เพียรพยายามรักษา เอาดวงใจดวงเดียวนี้ให้ได้ อย่าได้ขาดสติ อย่าได้ขาดสมาธิ อย่าได้ขาดปัญญา จงเก็บเข้ามาไว้ในหัวใจ อย่าส่งใจออกไปยุ่งวุ่นวายกับเรื่องภายนอก

จงมีความสงบจิตสงบใจ มีความตั้งมั่นอยู่ในหัวใจของตนอย่างเดียว สิ่งอื่นใดนอกจากจิตใจดวงที่รู้อยู่ภายในนี้ ออกไปทั้งหมด อนิจจัง ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ขึ้นชื่อว่าเป็นสังขารทั้งหลาย จะเป็นสังขารอันเป็นรูป สังขารอันเป็นนามธรรมก็ตาม ย่อมมีความไม่เที่ยงแท้แน่นอน ปั่นป่วนอยู่เป็นธรรมดาอย่างนี้

ผู้ปฏิบัติธรรมะในทางพุทธศาสนา จงพากันรวมจิตรวมใจสงบตั้งมั่นอยู่ในดวงใจ จนเห็นว่า สิ่งอื่นใดนอกจากจิตใจที่มีความสงบตั้งมั่นนี้ออกไปทั้งหมด อนิจจัง ไม่เที่ยง ทุกขัง เป็นทุกข์ อนัตตา ไม่ใช่ตัวตนของเรา ไม่ควรยึดมั่นถือมั่นในความสุขทุกข์ ความเป็น ความมี อันมีอยู่ในกายและจิตนี้

จงทำความรู้แจ้งแทงตลอดในธรรมะปฏิบัติ อันเป็นปัจจุบันธรรมในที่นั้น ๆ สิ่งใดที่เป็นอารมณ์เรื่องราวอดีต มันก็ล่วงมาแล้ว เรื่องอนาคตมันก็ยังไม่มาถึง มันเป็นเรื่องภายนอกจากกายจากจิตออกไป จิตอย่าหวั่นไหวสั่นสะเทือน

จงเป็นผู้มีสติอยู่ทุกเวลา มีสมาธิอยู่ทุกเวลา มีสติปัญญา อยู่ทุกเวลา ทุกขณะ ทุกเวลา อย่าได้ประมาท มัวเมา รั่วไหลไปที่อื่น จิตใจมีอยู่ภายใน ภายในตัวของบุคคลเราทุก ๆ คน ใจคนอื่น ผู้อื่น เขารักษาภาวนา ใจของเรามีอยู่ภายใน

เราต้องรักษาภาวนา อย่าได้ประมาท ผู้ไม่ประมาท ย่อมเป็นไปเพื่อความเจริญ ผู้ประมาทเรียกว่าเป็นไปเพื่อความเสื่อม ความเสีย ไม่กำหนดภาวนา ขาดสติขาดสมาธิขาดปัญญา ขาดความรู้ความฉลาด ขาดความสามารถอาจหาญ จิตใจเลื่อนลอยฟุ้งซ่าน ไม่ตั้งมั่นอยู่ในดวงใจ

จงเป็นผู้โอปนยิโก น้อมเข้าสู่หลักปัจจุบัน เวลานี้ เดี๋ยวนี้ให้ได้ เมื่อเรามาภาวนาอยู่ในตัวในใจนี้ ได้ทุกขณะทุกเวลา อยู่ในหัวใจนี้แหละ จะเป็นไปเพื่อความเจริญงอกงามในทางพุทธศาสนา

พระธรรมเทศนา:หลวงปู่สิม พุทธาจาโร

ชีวิตคือทุกข์ ไม่มากก็น้อย

981645646

ทุกข์ร้อน ทุกข์หนาว ทุกข์แบบไม่รู้ร้อนรู้หนาวก็มี แต่คนเราเกลียดทุกข์ กลัวทุกข์ พยายามหนีจากทุกข์
แสวงหาความสุขกันทั้งนั้น ตามสติปัญญาและความสามารถของแต่ละบุคคล หัวใจของมนุษย์ต่างก็เรียกร้อง “ความสุขๆๆ” กันทุกคน แต่ที่เราหนีไม่พ้นทุกข์

เพราะพวกเราอยู่ท่ามกลางไฟกันทั้งนั้น ตามที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ ไฟ คือ โทสะ ไฟ คือ โลภะ ไฟ คือ โมหะ เมื่อเราสามารถดับไฟได้ เมื่อนั้นก็เย็นสงบสุข ไฟโทสะร้ายกาจ เป็นข้าศึกต่อความสุข ถอนโทสะเพียงสิ่งเดียวออกจากจิตใจ ก็จะไม่ต้องต่อสู้กับคนรอบตัว โลกทั้งหมดจะสงบเย็น มีแต่คนน่ารัก มีแต่คนน่าสงสาร ควรแก่การเมตตากรุณา

ที่มา: หนังสือ “เหตุสมควรโกรธ…ไม่มีในโลก”
โดย พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก

Nissan Navara SUV

7982645465464666

Nissan Navara SUV โฉมใหม่จากฝีมือนักออกแบบอิสระ ที่ได้นำรูปลักษณ์เอสยูวีผสานเข้ากับกระบะอันทรงพลังอย่าง Navara ทำให้ได้เอสยูวีที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว โดยทาง Andrey Kirichenko นักออกแบบอิสระ ได้เสนอผลงานการออกแบบที่ยอดเยี่ยมของ Nissan Navara SUV (PPV) ขนาด 7 ที่นั่งบนพื้นฐาน Navara ต่อเติมความโดดเด่นตั้งแต่เสา B จนถึงด้านท้ายใหม่ แน่นอนว่ามีข่าวการเปิดตัว Nissan Navara SUV มาสักพักเราพอคาดเดาว่าจะมาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.5 ลิตร รุ่น YD25DDTi 190 แรงม้าที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร ที่ 2,000 รอบ/นาที เลือกได้ทั้งเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด กับ ระบบขับเคลื่อนทั้ง 4WD และ ขับสองยกสูง เสริมความแกร่งจากแซสซีส์แบบ Ladder-Frame
Nissan Navara SUV (PPV) ขนาด 7 ที่นั่งมีแผนเปิดตัวอีก 2 ปีข้างหน้าโดยจะเน้นตลาดออสเตรเลีย และกลุ่มประเทศอาเซี่ยนรวมไทย

BMW Series 1

BMW-Series-1-789

BMW Series 1 แฮทช์แบ็ก 5 ประตูที่มีขนาดตัวถังใหญ่ ทั้งความยาว 4,324 มิลลิเมตร เพิ่มขึ้น 85 มิลลิเมตร กว้างขึ้น 17 มิลลิเมตรเป็น 1,765 มิลลิเมตร สูง 1,421 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อเพิ่มขึ้น 30 มิลลิเมตร เป็น 2,690 มิลลิเมตร ส่งผลให้ช่องเก็บสัมภาระด้านท้ายรถเพิ่มขึ้น 30 ลิตร เป็น 360 ลิตร พื้นที่วางเบาะหลังเพิ่มเป็น 21 มิลลิเมตร BMW 116i M Sport มาพร้อมขุมกำลัง เครื่องยนต์ TwinPower Turbo เบนซินขนาด 1.6 ลิตรรุ่นใหม่จากบีเอ็มดับเบิลยู และช่วงล่างสมรรถนะสูง ด้วยอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง เฉลี่ย 17.9 กม/ลิตร

ระบบภายใน BMW Series 1

ระบบ Auto Start Stop เป็นระบบสตาร์ท-ดับเครื่องยนต์อัตโนมัติ เมื่อไม่มีความจำเป็นในการใช้งาน

ระบบ Brake Energy Regeneration เป็นระบบเบรคเพื่อลดการสิ้นเปลืองของเครื่องยนต์

ราคา BMW Series 1

– รุ่น 116i Sport เครื่องยนตื 1.6 ราคา 1,899,000 บาท

– รุ่น 116i M Sport เครื่องยนตื 1.6 ราคา 2,099,,000 บาท

BMW Series 1 มาพร้อมเครื่องยนต์ TwinPower Turbo เบนซินขนาด 1.6 ลิตร

 

รายละเอียดเพิ่มเติมท่านสามารถเข้าชมได้ที่ลิ้ง http://www.automotor789.com/search/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%8C/price-bmw/

หน้าต่อไป